ผมต้องร่วมเดินทางไปกับ Dhamma Society Fund เพื่อร่วมพิธี Tipitaka Chanting Ceremony ที่พุทธคยา จังหวัดคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย มีสัญลักษณ์ที่สำคัญคือพระเจดีย์สี่เหลี่ยม และอนิมิสสเจดีย์
พิธี Tipitaka Chanting Ceremony มีพระสงฆ์กว่า 600 รูปจากประเทศต่าง ๆ ที่นับถือพุทธศาสนาเถรวาท เช่น ไทย, ลาว, กัมพูชา, พม่า และ ศรีลังกา มาร่วมกันสวดสังวัธยาย มัชฌิมนิกาย ในพระสุตตันตะปิฎก
เราเดินทางจากประเทศไทยด้วยเที่ยวบิน TG 8820 กรุงเทพฯ - คยา ออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 12.15น. ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงในการเดินทาง ก็ถึงสนามบินเมืองคยา ซึ่งเป็นสนามบินเล็ก ๆ ตอนบ่ายโมงกับสี่สิบห้านาทีตามเวลาท้องถิ่น
ทันทีที่เรามาถึงก็นั่งรถบัสไปโรงแรมที่พักเพื่อเก็บข้าวของจากนั้นเดินทางต่อไปยังสมาคมมหาโพธิซึ่งเป็นผู้จัดงาน Tipitaka Chanting Ceremony ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับเจดีย์พุทธคยา นอกจากนี่สมาคมมหาโพธิยังเป็นที่ประดิษฐานพระไตรปิฎกฉบับสากลที่ได้รับพระราชทานจากประเทศไทยอีกด้วย
ต่อจากนั้นเราก็เดินไปอีกประมาณสองนาทีก็จะถึง พุทธคยา มีองค์เจดีย์สี่เหลี่ยมที่สูงใหญ่ ต้นพระศรีมหาโพธิ์ พระแท่นวัชรอาสน์ที่ประทับตรัสรู้ ภายในเจดีย์มีพระพุทธรูปที่ชื่อว่าประดิษฐานอยู่ชื่อว่า "พระเมตตา" ซึ่งมีชาวพุทธสักการะกันมาก
ผู้ที่มาสักการะ เจดีย์พุทธคยาวันนี้ส่วนใหญ่เป็นชาวไทย ซึ่งนอกจากคณะของผมแล้ว ยังมีคณะของดาราดัง สรพงษ์ ชาตรีมาด้วย
นอกจากเจดีย์ และต้นพระศรีมหาโพธิ์แล้ว การเดินทางมาพุทธคยานี่เองที่ทำให้ผมได้พบประสบการณ์ที่แปลกใหม่ของชาวอินเดีย
- รถที่นี่เขาไม่มีไฟเลี้ยว ไม่มีชะลอครับ ใช้บีบแตรเอา การเดินทางบนรถและเดินบนท้องถนนต้องระวังให้ดีเพราะคนขับเขาไม่หยุดหรอกครับ เขาบีบแตรไล่มาแต่ไกล ฉะนั้นผมคิดว่าถ้ารถคันไหนแตรเสียคงไม่สามารถออกมาวิ่งได้
- คนอินเดีย เป็นนักขายที่ทรหดอดทนเป็นที่สุด พ่อค้าแถบหน้าเจดีย์พุทธคยา พูดไทยได้บ้างและตื๊อสุด ๆ มีพ่อค้าคนหนึ่งตอนแรกจะขายใบโพธิ์ให้ผม ก็ส่ายหน้าไป อยู่ดี ๆ แกก็ยัดใบโพธิ์ใส่มือผม แล้วบอกว่า "No money" ผมก็บอกรับมาแบบงง ๆ เดินมาอีกสามก้าว เจ้าพ่อค้าคนเดินก็บอกผมว่า "หกร้อยบาท" เป็นภาษาไทยสำเนียงแขก ผมก็ทำหน้างง ๆ ยื่นใบโพธิ์คืน เค้าก็ไม่รับผมเลยวางไว้เลย แต่แกก็ไม่ละความพยายาม เดินตามผมต้อย ๆ แล้วก็ค่อย ๆ ลดราคาจาก 600-> 300 -> 100 -> 20 บาท ใช่ครับ 20 บาท ผมละงงเลย ใบโพธิ์ก็ไม่รู้ว่าของต้นที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้หรือป่าว (จริงๆ แล้วต้นที่อยู่ปัจจุบันก็ไม่ได้เป็นต้นที่พระพุทธเจ้าประทับอยู่ตอนตรัสรู้ครับ เพราะว่าต้นนั้นตายไปแล้ว ต้นที่เห็นอยู่ปัจจุบันเป็นต้นใหม่แต่ปลูกทับต้นเดิม) นี่ละครับความเจ้าเล่ห์และอดทนของพ่อค้าชาวอินเดีย
- ที่อินเดียนี่ ขอทานเยอะมาก ๆ มีทั้งตั้งแต่รุ่นเด็กยันรุ่นเดอะ ผมดูแล้วก็รู้สึกสลดหดหู่ว่าทำไมคนเหล่านี้ถึงได้มีคุณภาพชีวิตที่แย่นักเรียกว่า ขอทานเมืองไทยชิดซ้ายเลยครับ เห็นขอทานพวกนี้แล้วผมรู้สึกว่าตัวเองมีบุญแล้วครับที่อย่างน้อยก็มีเสื้อผ้าสะอาด มีอาหารการกินสมบูรณ์ มีบ้านอยู่อาศัยสบาย ๆ แค่นี้ก็ดีกว่าคนเหล่านี้ไม่รู้กี่ร้อยกี่พันเท่าแล้วครับ
Post new comment